วันอังคารที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2558

ตัณหามูลกธรรม ๙

ตัณหามูลกธรรม ๙ เป็นไฉน
 ตัณหามูลกธรรม ๙ คือ ๑. เพราะอาศัยตัณหา จึงเกิดการแสวงหา
๒. เพราะอาศัยการแสวงหา จึงเกิดการได้ 
๓. เพราะอาศัยการได้ จึงเกิดการวินิจฉัย 
๔. เพราะอาศัยการวินิจฉัย จึงเกิดฉันทราคะ
 ๕. เพราะอาศัยฉันทราคะ จึงเกิดความยึดถือ 
 ๖. เพราะอาศัยความยึดถือ จึงเกิดการหวงแหน
 ๗. เพราะอาศัยการหวงแหน จึงเกิดความตระหนี่
 ๘. เพราะอาศัยความตระหนี่ จึงเกิดการรักษา
๙. เพราะอาศัยการรักษา จึงเกิดบาปอกุศลธรรม หลายประการ คือการจับท่อนไม้ การจับศาสตรา การทะเลาะ การเกี่ยงแย้ง การวิวาท การพูดขึ้นมึงกูการพูดส่อเสียด การพูดเท็จ เหล่านี้เรียกว่า ตัณหามูลกธรรม ๙

มานะ ๙

มานะ ๙ เป็นไฉน มานะ ๙ คือ ๑. ผู้เลิศกว่าเขา สำคัญตนว่าเลิศกว่าเขา ๒. ผู้เลิศกว่าเขา สำคัญตนว่าเสมอเขา ๓. ผู้เลิศกว่าเขา สำคัญตนว่าเลวกว่าเขา ๔. ผู้เสมอเขา สำคัญตนว่าเลิศกว่าเขา ๕. ผู้เสมอเขา สำคัญตนว่าเสมอเขา ๖. ผู้เสมอเขา สำคัญตนว่าเลวกว่าเขา ๗. ผู้เลวกว่าเขา สำคัญตนว่าเลิศกว่าเขา ๘. ผู้เลวกว่าเขา สำคัญตนว่าเสมอเขา ๙. ผู้เลวกว่าเขา สำคัญตนว่าเลวกว่าเขา เหล่านี้เรียกว่า มานะ ๙
http://etipitaka.com/read/thai/35/480/?keywords=%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B2

สังขตะ ๙

สังขตะ ๙ คือ
๑. ความปรุงแต่งว่า เรามี ๒. ความปรุงแต่งว่า เป็นเรา ๓. ความปรุงแต่งว่า นี้เป็นเรา ๔. ความปรุงแต่งว่า เราจักมี ๕. ความปรุงแต่งว่า เราจักเป็นสัตว์มีรูป ๖. ความปรุงแต่งว่า เราจักเป็นสัตว์ไม่มีรูป ๗. ความปรุงแต่งว่า เราจักเป็นสัตว์มีสัญญา ๘. ความปรุงแต่งว่า เราจักเป็นสัตว์ไม่มีสัญญา ๙. ความปรุงแต่งว่า เราจักเป็นสัตว์มีสัญญาก็ไม่ใช่ ไม่มีสัญญาก็ไม่ใช่
เหล่านี้เรียกว่า สังขตะ ๙
http://etipitaka.com/read/thai/35/480/?keywords=%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B2

ธรรม ๙ ประการ เพื่อรู้ยิ่งราคะ ๙ 

  
ธรรม ๙ ประการ เพื่อ รู้ยิ่งราคะ ๙

ประการเป็นไฉน คือ อสุภสัญญา ๑ มรณสัญญา ๑ อาหารปฏิกูล- *สัญญา ๑ สัพพโลเกอนภิรตสัญญา ๑ อนิจจสัญญา ๑ อนิจเจทุกขสัญญา ๑ ทุกเขอนัตตสัญญา ๑ ปหานสัญญา ๑ วิราคสัญญา ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย เธอ ทั้งหลายพึงเจริญธรรม ๙ ประการนี้
เพื่อรู้ธรรม ๙ ประการนี้ เพื่อรู้ยิ่งราคะ ๙ ประการเป็นไฉน คือ ปฐมฌาน ๑ ทุติยฌาน ๑ ตติยฌาน ๑ จตุตถฌาน ๑ อากาสานัญจายตนฌาน ๑ วิญญาณัญจายตนฌาน ๑ อากิญจัญญาย- *ตนฌาน ๑ เนวสัญญานาสัญญายตนฌาน ๑ สัญญาเวทยิตนิโรธ ๑ ดูกรภิกษุ ทั้งหลาย เธอทั้งหลายพึงเจริญธรรม ๙ ประการนี้ เพื่อรู้ยิ่งราคะ ฯ
[๒๘๓] ดูกรภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายพึงเจริญธรรม ๙ ประการนี้ เพื่อกำหนดรู้ เพื่อความสิ้นไปรอบ เพื่อละ เพื่อความสิ้นไป เพื่อความเสื่อมไป เพื่อความคลายไป เพื่อความดับ เพื่อสละ เพื่อสลัดคืนซึ่งราคะ เธอทั้งหลาย พึงเจริญธรรม ๙ ประการนี้ เพื่อรู้ยิ่ง เพื่อกำหนดรู้ เพื่อความสิ้นไปรอบ เพื่อละ เพื่อความสิ้น เพื่อความเสื่อมไป เพื่อความคลายไป เพื่อดับ เพื่อสละ เพื่อ สลัดคืนซึ่งโทสะ โมหะ โกธะ อุปนาหะ มักขะ ปลาสะ อิสสา มัจฉริยะ มายา สาเถยยะ ถัมภะ สารัมภะ มานะ อติมานะ มทะ ปมาทะ ฯ พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไวยากรณภาษิตนี้จบลงแล้ว ภิกษุเหล่านั้นมีใจ ชื่นชมยินดีภาษิตของพระผู้มีพระภาค ฉะนี้แล ฯ
 จบนวกนิบาต
 -----------------------------------------------------
             เนื้อความพระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๓ บรรทัดที่ ๙๙๕๖ - ๙๙๗๗. หน้าที่ ๔๓๐. http://www.84000.org/tipitaka/pitaka2/v.php?B=23&A=9956&Z=9977&pagebreak=0              ศึกษาอรรถกถานี้ ได้ที่ :- http://www.84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=23&i=281              สารบัญพระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๓ http://www.84000.org/tipitaka/read/?สารบัญพระไตรปิฎกเล่มที่_๒๓ http://www.84000.org/tipitaka/read/?index_23

อิญชิตะ ๙

อิญชิตะ ๙ เป็นไฉน อิญชิตะ ๙ คือ ๑. ความหวั่นไหวว่า มีเรา ๒. ความหวั่นไหวว่า เป็นเรา ๓. ความหวั่นไหวว่า นี้เป็นเรา ๔. ความหวั่นไหวว่า เราจักมี ๕. ความหวั่นไหวว่า เราจักเป็นสัตว์มีรูป ๖. ความหวั่นไหวว่า เราจักเป็นสัตว์ไม่มีรูป ๗. ความหวั่นไหวว่า เราจักเป็นสัตว์มีสัญญา ๘. ความหวั่นไหวว่า เราจักเป็นสัตว์ไม่มีสัญญา ๙. ความหวั่นไหวว่า เราจักเป็นสัตว์มีสัญญาก็ไม่ใช่ ไม่มีสัญญาก็ไม่ใช่ เหล่านี้เรียกว่า อิญชิตะ ๙

http://etipitaka.com/read/thai/35/480/?keywords=%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B2